คอนกรีต เป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะเป็นบริเวณที่โครงสร้างมีการแบ่งช่วงหรือมีการเชื่อมต่อระหว่างคอนกรีตแต่ละส่วน การเลือกใช้ยางกันซึม (Rubber Waterstop) ที่เหมาะสมจึงเป็นส่วนสำคัญของระบบป้องกันน้ำรั่วซึม โดยเฉพาะโครงสร้างที่ต้องสัมผัสกับน้ำ ความชื้น หรือน้ำใต้ดิน เช่น ชั้นใต้ดิน ถังเก็บน้ำ สระว่ายน้ำ บ่อบำบัดน้ำเสีย และโครงสร้างใต้ดิน แล้วจุดไหนของงานคอนกรีต ที่ควรติดตั้งยางกันซึม มาดู 7 จุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
ยางกันซึม (Rubber Waterstop) คืออะไร ทำไมจึงสำคัญกับงานคอนกรีต
ยางกันซึมคือวัสดุที่ติดตั้งบริเวณรอยต่อคอนกรีต เพื่อป้องกันและลดการรั่วซึมของน้ำ โดยมีหลายประเภท เช่น ยาง พลาสติก และวัสดุพองตัวเมื่อสัมผัสน้ำ การเลือก Waterstop และออกแบบรอยต่อให้เหมาะสมตั้งแต่ต้น ช่วยลดความเสี่ยงน้ำรั่วและค่าใช้จ่ายในการแก้ไขภายหลัง
หลักการทำงานของยางกันซึม
Waterstop ทำหน้าที่เป็นแนวกั้นน้ำภายในรอยต่อคอนกรีต และสำหรับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว เช่น Expansion Joint ต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อรองรับการขยับของโครงสร้างโดยไม่ฉีกขาด ประสิทธิภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง ตำแหน่ง การยึดติดตั้ง และการเทคอนกรีตให้แน่นรอบ Waterstop เพื่อป้องกันโพรงซึ่งอาจเป็นทางให้น้ำรั่วผ่านได้
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากไม่มีการติดตั้งยางกันซึม
หากรอยต่อของโครงสร้างที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสน้ำไม่ได้รับการออกแบบ และป้องกันอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหาหลายด้าน เช่น น้ำรั่วซึมผ่านรอยต่อคอนกรีต เกิดคราบน้ำ และความชื้นสะสม พื้นที่ภายในอาคารหรือชั้นใต้ดินเสียหาย โครงสร้างหรือวัสดุโดยรอบเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
Rubber Waterstop มีกี่แบบ?
หากแบ่งตามรูปทรงที่พบในการใช้งานทั่วไป สามารถอธิบายกลุ่มหลัก ๆ ได้ดังนี้
- Dumbbell Type – มีปุ่มบริเวณขอบทั้งสองด้าน เหมาะกับรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัวไม่มาก
ตารางขนาดของ Dumbbell Type
TYPE | WIDTH | THICKNESS |
C | 12 นิ้ว | 9.5 MM. |
C | 10 นิ้ว | 9.5 MM. |
C | 9 นิ้ว | 9.5 MM. |
C | 8 นิ้ว | 9.5 MM. |
C | 6 นิ้ว | 9.5 MM. |
CC | 12 นิ้ว | 5.0 MM. |
CC | 10 นิ้ว | 5.0 MM. |
CC | 9 นิ้ว | 5.0 MM. |
CC | 8 นิ้ว | 5.0 MM. |
CC | 6 นิ้ว | 5.0 MM. |
CC | 4 นิ้ว | 5.0 MM. |
- Center Bulb Type – มี Bulb อยู่บริเวณกึ่งกลาง ช่วยรองรับการขยายตัวหรือการเคลื่อนตัวของ Joint ได้มากกว่า Dumbbell
ตารางขนาดของ Center Bulb Type
TYPE | WIDTH | THICKNESS |
A | 12 นิ้ว | 9.5 MM. |
A | 10 นิ้ว | 9.5 MM. |
A | 9 นิ้ว | 9.5 MM. |
A | 8 นิ้ว | 9.5 MM. |
B | 6 นิ้ว | 9.5 MM. |
D | 4.5 นิ้ว | 5.0 MM. |
AA | 12 นิ้ว | 5.0 MM. |
AA | 10 นิ้ว | 5.0 MM. |
AA | 9 นิ้ว | 5.0 MM. |
AA | 8 นิ้ว | 5.0 MM. |
BB | 6 นิ้ว | 5.0 MM. |
- Ribbed Type – มีครีบตามแนวยาว เพื่อเพิ่มพื้นที่ยึดเกาะกับคอนกรีต เหมาะกับ Construction Joint ที่ต้องการการยึดเกาะที่ดี
ตารางขนาดของ Ribbed Type
TYPE | SIZE |
แบบ ริบ 2 ด้านไม่มีรูกลาง | 6 นิ้ว (150 MM.) |
แบบ ริบ 2 ด้านมีรูกลาง | 6นิ้ว (150 MM.) |
แบบ ริบ 2 ด้านไม่มีรูกลาง | 8 นิ้ว (200 MM.) |
แบบ ริบ 2 ด้านมีรูกลาง | 8 นิ้ว (200 MM.) |
แบบ ริบด้านเดียวไม่มีรูกลาง | 8 นิ้ว (200 MM.) |
แบบ ริบ 2 ด้านไม่มีรูกลาง | 9.5 นิ้ว (240 MM.) |
แบบ ริบ 2 ด้านมีรูกลาง | 9.5 นิ้ว (240 MM.) |
แบบ ริบด้านเดียวไม่มีรูกลาง | 9.5 นิ้ว (240 MM.) |
แบบ ริบ 2 ด้านมีรูกลาง | 12 นิ้ว (305 MM.) |
แบบ ริบ 2 ด้านไม่มีรูกลาง | 12 นิ้ว (305 MM.) |
Rubber Waterstop vs PVC Waterstop ต่างกันอย่างไร
Rubber Waterstop โดดเด่นด้วยความยืดหยุ่นสูง สามารถรองรับการขยายตัว หดตัว และการเคลื่อนตัวของรอยต่อคอนกรีตได้ดี จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความมั่นใจในการป้องกันน้ำรั่วซึม เช่น เขื่อน อุโมงค์ ถังเก็บน้ำ และโครงสร้างคอนกรีตที่มี Movement โดยสามารถเลือกชนิดยาง เช่น NR, SBR, CR หรือ EPDM ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของงานได้ ขณะที่ PVC Waterstop เป็นอีกทางเลือกสำหรับงานคอนกรีตทั่วไปที่เน้นความสะดวกในการติดตั้งและเชื่อมต่อ ดังนั้นหากงานมีการเคลื่อนตัวของ Joint หรือมีข้อกำหนดด้านความยืดหยุ่น Rubber Waterstop เป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณาเป็นพิเศษ
เลือก NR / SBR / EPDM / CR อย่างไร
การเลือกควรเริ่มจาก สภาพแวดล้อมที่ Waterstop ต้องสัมผัส ไม่ใช่เลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว
- NR – Natural Rubber
เหมาะกับงานที่ต้องการ ความยืดหยุ่น ความเหนียว และความทนต่อแรงดึง/การฉีกขาด โดยทั่วไปเหมาะกับน้ำและงานคอนกรีตทั่วไป แต่ไม่ใช่ตัวเลือกแรกเมื่อมีน้ำมันหรือสารเคมีที่ยางไม่สามารถทนได้
- SBR – Styrene-Butadiene Rubber
เหมาะกับ งานทั่วไปที่ต้องการสมดุลระหว่างคุณสมบัติและต้นทุน และพบเป็น Compound สำหรับ Rubber Waterstop ในงานก่อสร้าง
- EPDM
เหมาะกับงานที่ต้องการ ความทนต่อสภาพอากาศ แสง UV และโอโซน โดยเฉพาะงานที่มีการสัมผัสสภาพแวดล้อมภายนอกเป็นเวลานาน
- CR – Chloroprene / Neoprene
เหมาะเมื่อสภาพแวดล้อมต้องการ ความทนต่อสภาพอากาศ โอโซน และสารเคมี/น้ำมันบางประเภท มากกว่ายางสำหรับงานทั่วไป
ตาราง Rubber Waterstop ที่เหมาะสมกับลักษณะงาน
ลักษณะงาน | แนวทางเลือก Waterstop |
Construction Joint ทั่วไป | Dumbbell หรือ Ribbed |
Joint ที่มี Movement น้อย | Dumbbell / Ribbed |
Expansion Joint | Center Bulb |
Joint ที่มีการขยาย-หดตัว | Center Bulb หรือ Ribbed with Center Bulb |
Joint ที่ต้องการ Bond กับคอนกรีตสูง | Ribbed |
โครงสร้างที่มีทั้ง Movement และต้องการ Bond สูง | Ribbed with Center Bulb |
เขื่อน / อุโมงค์ / Reservoir | เลือก Profile และ Compound ตาม Movement และสภาพน้ำ/สารเคมี |
Wastewater Treatment | พิจารณา CR/EPDM หรือ Compound ที่มีข้อมูลรองรับตามชนิดของน้ำและสารเคมี |
7 จุดสำคัญในงานคอนกรีตที่ควรพิจารณาเรื่องยางกันซึม
1. รอยต่อพื้นคอนกรีตกับผนังชั้นใต้ดิน
เป็นจุดที่มีความเสี่ยงจากความชื้นและแรงดันน้ำจากดิน จึงควรออกแบบระบบป้องกันน้ำตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีต เพื่อลดโอกาสน้ำซึมเข้าสู่ชั้นใต้ดิน
2. รอยต่อฐานราก (Foundation Joint)
หากรอยต่อฐานรากอยู่ในบริเวณที่มีน้ำใต้ดิน ควรเลือก Waterstop ให้เหมาะกับรูปแบบรอยต่อ สภาพแวดล้อม และแรงดันน้ำที่โครงสร้างต้องรับ
3. รอยต่อผนังถังเก็บน้ำ
รอยต่อระหว่างผนัง พื้น และส่วนต่าง ๆ ของถังเป็นจุดสำคัญในการป้องกันน้ำรั่ว การเลือก Rubber Waterstop ให้เหมาะกับลักษณะรอยต่อและการใช้งานช่วยลดโอกาสน้ำซึม
4. รอยต่อบ่อบำบัดน้ำเสีย และบ่อพักน้ำ
เนื่องจากต้องสัมผัสกับน้ำหรือของเหลว รวมถึงอาจมีสารเคมี จึงควรเลือก Waterstop ที่สามารถป้องกันน้ำและมีคุณสมบัติเหมาะกับสภาพแวดล้อมของงาน
5. รอยต่อสระว่ายน้ำ และแทงก์น้ำขนาดใหญ่
ต้องรับแรงดันน้ำอย่างต่อเนื่อง และอาจมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิหรือการเคลื่อนตัวของโครงสร้าง จึงควรเลือก Rubber Waterstop ที่รองรับทั้งแรงดันน้ำและการเคลื่อนตัวของรอยต่อ
6. รอยต่ออุโมงค์ และโครงสร้างใต้ดิน
เป็นโครงสร้างที่ต้องเผชิญความชื้นและน้ำใต้ดินเป็นเวลานาน จึงควรวางระบบป้องกันน้ำตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ เพราะการแก้ไขน้ำรั่วภายหลังทำได้ยากและมีค่าใช้จ่ายสูง
7. รอยต่อขยายตัว (Expansion Joint)
เป็นรอยต่อที่รองรับการเคลื่อนตัวจากอุณหภูมิ การหดตัวของคอนกรีต และการขยับของโครงสร้าง จึงต้องเลือก Rubber Waterstop ที่มีความสามารถในการรองรับการเคลื่อนตัวควบคู่กับการป้องกันน้ำ
Rubber Waterstop เหมาะกับโครงการก่อสร้างประเภทไหนบ้าง
การใช้ Rubber Waterstop มักพบในงานก่อสร้างที่ต้องควบคุมการรั่วซึมของน้ำบริเวณรอยต่อ โดยเฉพาะโครงสร้างที่ต้องสัมผัสกับน้ำหรืออยู่ใต้ดิน เช่น
งานอาคาร และอาคารสูง
ชั้นใต้ดิน ห้องใต้ดิน ที่จอดรถใต้ดิน ผนังกันดิน ห้องหรือพื้นที่ที่ต้องป้องกันน้ำซึม
งานระบบสาธารณูปโภค
ถังเก็บน้ำ บ่อพักน้ำ บ่อบำบัดน้ำเสีย ระบบระบายน้ำ อุโมงค์งานระบบ
งานอุตสาหกรรม
ถัง และบ่อคอนกรีต ระบบบำบัดน้ำเสีย พื้นที่กักเก็บของเหลว โครงสร้างที่ต้องควบคุมการรั่วซึม
งานโครงสร้างพื้นฐาน
อุโมงค์ โครงสร้างใต้ดิน ระบบระบายน้ำ โครงสร้างกักเก็บน้ำ งานคอนกรีตที่ต้องสัมผัสกับน้ำเป็นประจำ
วิธีเลือกยางกันซึมให้เหมาะกับแต่ละโครงการ
การเลือกยางกันซึมไม่ควรดูเพียงขนาดหรือราคา แต่ควรพิจารณาคุณสมบัติของโครงสร้าง และสภาพการใช้งานร่วมกัน โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
1. พิจารณาประเภทของโครงสร้าง
ก่อนเลือก Rubber Waterstop ควรระบุให้ชัดเจนว่าใช้กับโครงสร้างประเภทใด เช่น ชั้นใต้ดิน ถังเก็บน้ำ สระว่ายน้ำ หรืออุโมงค์ เพราะแต่ละโครงสร้างมีลักษณะรอยต่อ และสภาพแวดล้อมแตกต่างกัน
2. พิจารณาแรงดันน้ำที่ต้องรับ
โครงสร้างที่อยู่ใต้ดินหรือมีน้ำอยู่ภายในอาจต้องรับแรงดันน้ำในระดับที่แตกต่างกัน ควรตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคของ Waterstop ว่าสามารถรองรับสภาวะการใช้งานที่กำหนดไว้ได้หรือไม่
3. พิจารณาการเคลื่อนตัวของรอยต่อ
หากเป็นรอยต่อที่มีการเคลื่อนตัว Rubber Waterstop ต้องมีความยืดหยุ่น และรูปแบบที่เหมาะสมกับการเคลื่อนตัวของรอยต่อ ไม่ควรเลือกวัสดุโดยพิจารณาเฉพาะความสามารถในการป้องกันน้ำ
4. ตรวจสอบคุณภาพ และข้อมูลทางเทคนิค
ก่อนเลือกซื้อควรตรวจสอบข้อมูล เช่น
- ชนิด และคุณสมบัติของวัสดุ
- ขนาด และรูปแบบของ Rubber Waterstop
- ความสามารถในการรองรับการเคลื่อนตัว
- ความสามารถในการรับแรงดันน้ำ
- ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม
- วิธีการติดตั้ง และการเชื่อมต่อ
- ผลการทดสอบหรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์
วิธีส่งข้อมูล Rubber Waterstop เพื่อขอราคา
เพื่อให้ฝ่ายขายหรือฝ่ายเทคนิคสามารถเลือกสินค้าและเสนอราคาได้รวดเร็ว แนะนำให้ลูกค้าส่งข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
- Drawing / รูปสินค้า
รูปหน้าตัด Waterstop, Drawing ของ Joint, หรือรูป Waterstop ตัวเดิมที่ใช้อยู่
- รูปแบบ Waterstop
Dumbbell, Center Bulb, Ribbed, หรือส่ง Drawing มาให้บริษัทช่วยตรวจสอบ
- วัสดุยางที่ต้องการ
NR, SBR, EPDM, CR, หรือ Material อื่นตาม Specification ของโครงการ
- ความแข็ง
เช่น 60 ± 5 Shore A, หรือค่าที่ระบุใน Project Specification
- ขนาด
เช่น 6″, 8″, 10″, 12″, พร้อมความหนาหรือ Drawing หากมี
- จำนวนที่ต้องการ
จำนวนเส้น, ความยาวต่อเส้น, หรือจำนวนเมตรรวม
- วันที่ต้องการใช้สินค้า
เพื่อให้บริษัทตรวจสอบ Stock / Production Lead Time / กำหนดส่งสินค้า
- ส่ง Drawing เพื่อประเมินราคา
หากมี Drawing ของ Rubber Waterstop แนะนำให้ส่งมาพร้อมข้อมูลอื่น ๆ เพื่อให้ฝ่ายเทคนิคตรวจสอบรายละเอียด เช่น รูปหน้าตัด ขนาด ความหนา รูปแบบ และรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน
ตัวอย่างข้อความสำหรับส่งขอราคา
ขอราคา Rubber Waterstop
Profile: Center Bulb
Width: 8″ (ประมาณ 203 mm)
Material: EPDM
Hardness: 60 ± 5 Shore A
Quantity: 500 เมตร
Project: งานถังเก็บน้ำ
ต้องการใช้สินค้า: 30/10/2026
แนบ Drawing และรูปหน้าตัดสำหรับตรวจสอบ Specification
FAQ: คำถามเกี่ยวกับ Rubber Waterstop
Rubber Waterstop ใช้กับงานอะไร?
Rubber Waterstop ใช้สำหรับป้องกันน้ำรั่วผ่านรอยต่อของโครงสร้างคอนกรีต เช่น เขื่อน อุโมงค์ ห้องใต้ดิน ถังเก็บน้ำ Reservoir งานบำบัดน้ำเสีย และโครงสร้างที่ต้องควบคุมการรั่วซึมบริเวณ Concrete Joint
Rubber Waterstop 8 นิ้วคือกี่มิล?
Rubber Waterstop 8 นิ้ว = 200 mm หรือเรียกโดยประมาณว่า 200 mm
Center Bulb กับ Dumbbell ต่างกันอย่างไร?
Center Bulb มีส่วน Bulb อยู่ตรงกลาง เพื่อช่วยรองรับการเคลื่อนตัวของรอยต่อ จึงเหมาะกับ Joint ที่มี Movement มากกว่า ส่วน Dumbbell มีปุ่มบริเวณปลาย และเหมาะกับรอยต่อที่มี Movement น้อยกว่า
สรุป
ยางกันซึม เป็นองค์ประกอบสำคัญในการป้องกันน้ำรั่วบริเวณรอยต่อของโครงสร้างคอนกรีต โดยเฉพาะงานที่ต้องสัมผัสกับน้ำหรืออยู่ใต้ดิน เช่น ชั้นใต้ดิน ถังเก็บน้ำ สระว่ายน้ำ บ่อบำบัดน้ำเสีย และอุโมงค์ การเลือก Rubber Waterstop ที่ดีไม่ได้พิจารณาเพียงตัววัสดุ แต่ต้องดู ประเภทของรอยต่อ แรงดันน้ำ การเคลื่อนตัวของโครงสร้าง และสภาพแวดล้อมของโครงการ รวมถึงความถูกต้องในการติดตั้ง และการเทคอนกรีตรอบวัสดุ
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการคำแนะนำในการเลือก Rubber Waterstop ให้เหมาะกับงาน สามารถติดต่อทีมงาน TS Rubber Premium ได้โดยตรง เรายินดีให้คำปรึกษาด้าน Drawing, Specification, Profile และ Material เพื่อช่วยเลือกยางกันซึมให้ตรงกับความต้องการของโครงการ
เบอร์ติดต่อ: 064-9655626 (Ball)
LINE: @TS-rubberpremium
Email: sale@ts-rubberpremium.com
Email: Tanapong_suksin@hotmail.com